| คำขวัญ: พระบรมธาตุศักดิ์สิทธิ์ หินแกรนิตลือเลื่อง รอยรุ่งเรืองเมืองตาก ซากไม้กลายเป็นหิน เยือนถิ่นยุทธหัตถี รวมสองนทีปิง-วัง เห็ดโคนดังที่บ้านตาก | |
| พิกัดภูมิศาสตร์: |
|
| อักษรไทย | อำเภอบ้านตาก |
|---|---|
| อักษรโรมัน | Amphoe Ban Tak |
| จังหวัด | ตาก |
| พื้นที่ | |
| • ทั้งหมด | 992.495 ตร.กม. (383.204 ตร.ไมล์) |
| ประชากร (2562) | |
| • ทั้งหมด | 44,823 |
| • ความหนาแน่น | 45.16 คน/ตร.กม. (117.0 คน/ตร.ไมล์) |
| รหัสไปรษณีย์ | 63120 |
| รหัสภูมิศาสตร์ | 6302 |
| ที่อยู่ ที่ว่าการ |
ที่ว่าการอำเภอบ้านตาก ถนนพหลโยธิน ตำบลตากออก อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก 63120 |
อำเภอบ้านตาก สันนิษฐานว่าคือตัวเมืองตากเดิม เป็นเมืองหน้าด่านสำหรับป้องกันข้าศึกศัตรูมาแต่ดึกดำบรรพ์ ตั้งอยู่บนดอยเล็กๆ ลูกหนึ่ง ปัจจุบันคือบ้านท่าพระธาตุ หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะตะเภา อยู่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำปิง ต่อมาสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ย้ายเมืองตากจากที่เดิมมาอยู่ที่ตำบลป่ามะม่วง อำเภอเมืองตาก และในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศล้านภาลัย แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ย้ายเมืองตากไปอยู่ที่ตำบลระแหง อำเภอเมืองตาก ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นที่ตั้งตัวจังหวัดตากในปัจจุบันนี้
เมื่อได้ย้ายเมืองตากไปตั้งที่ใหม่แล้ว ไม่อาจทราบได้ว่า สภาพของเมืองตาก เดิมจะมีฐานะเป็นอำเภอ ตำบลหรือหมู่บ้าน แต่พอจะมีหลักฐานว่าที่ว่าการอำเภอบ้านตากได้ตั้งขึ้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ในท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลตากตกในปัจจุบัน เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2438 ถึง 2440 โดยมีหลวงพรมสุภา(นายโต กาญจนสูต) เป็นนายอำเภอคนแรก มีพื้นที่ทำการปกครองรวมทั้งท้องที่อำเภอสามเงาในปัจจุบันเข้าไว้ด้วย ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2475 ทางราชการได้ยกฐานะตำบลสามเงาขึ้นเป็น กิ่งอำเภอขึ้นกับอำเภอบ้านตาก และทางราชการได้ยกฐานะกิ่งอำเภอสามเงาขึ้นเป็น อำเภอสามเงา ในโอกาสต่อมา เมื่อปี พ.ศ. 2501
ในปี พ.ศ. 2445 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 9 ตำบลตากตก สภาพตัวอาคารที่ว่าการอำเภอในสมัยนั้นเป็นบ้านไม้เรือนไทยทรงปั้นหยาคับแคบ ไม่สามารถที่จะขยายให้เพียงพอกับประมาณงานและเจ้าหน้าที่ได้ ในปี พ.ศ. 2451 ทางราชการจึงได้สร้างอาคารที่ว่าการอำเภอบ้านตากขึ้นใหม่ ในที่ดินด้านใต้ ใกล้กับที่ว่าการอำเภอหลังเดิมเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ตามแบบของทางราชการ ส่วนเรือนไม้เดิมใช้เป็นบ้านพักของนายอำเภอต่อไป
ครั้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2505 พลเอกถนอม กิตติขจร (ยศในขณะนั้น) รองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการพัฒนาภาคเหนือพร้อมด้วย นายพ่วง สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มาตรวจราชการ เห็นว่าอาคารที่ว่าการอำเภอบ้านตากมีสภาพคับแคบและชำรุดทรุดโทรมมาก ต้องใช้ไม้ค้ำยันเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนที่มาติดต่อราชการได้ จึงสั่งให้รื้อถอนโดยรับว่าจะสร้างใหม่ในโอกาสต่อไป จึงได้ทำการรื้อถอนและ ได้อาศัยหอประชุมอำเภอ "ราษฎรอุทิศ" เป็นที่ทำการชั่วคราวในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ต่อมา กรมการปกครองได้อนุมัติเงิน จำนวน 300,000 บาท เพื่อก่อสร้างที่ว่าการอำเภอใหม่แต่เมื่อได้พิจารณาแล้วเห็นว่า บริเวณที่ว่าการอำเภอเดิมนั้น มีอาณาบริเวณคับแคบ มีเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ และที่ดินเป็นรูปเสี้ยว ด้านหน้าติดกับถนนริมน้ำปิง ด้านหลังติดลำห้วยตาก ไม่สามารถจะขยายให้กว้างขวางสร้างความเจริญ และตกแต่งให้บังเกิดความสง่าสวยงาม สมกับเป็นสถานที่ราชการสำคัญของอำเภอได้ ประกอบกับการไปมาติดต่อราชการในสมัยนั้น ไม่มีทางคมนาคมที่จะติดต่อกับจังหวัดได้ จำเป็นต้องใช้เรือข้ามแม่น้ำปิงไปยังฝั่งตะวันออก ซึ่งมีรถยนต์ผ่าน ทำให้เสียเวลาไม่สะดวกรวดเร็วและเสี่ยงอันตราย
ด้วยการมองอนาคตที่จะให้เกิดความเจริญแก่ท้องถิ่น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การปกครอง การปราบปรามโจรผู้ร้าย และการติดต่อราชการ เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น นายสุรินทร์ จำปาทิพย์ นายเขียว พรมรอง นายจำนงค์ สมอคำ และนายอำนวย ยมเกิด ได้ยื่นความจำนงว่า จะจัดหาที่ดินให้กับทางราชการเพื่อสร้างที่ว่าการอำเภอ สถานที่ราชการอื่นๆ และบ้านพักข้าราชการให้จำนวน 1 แปลง มีเนื้อที่ประมาณ 34 ไร่เศษ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลตากออก อำเภอบ้านตาก อยู่ริมถนนพหลโยธิน (สายเดิม) ตรงหลัก กม. 442 อำเภอได้พิจารณา แล้วเห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าว จึงรายงานให้จังหวัดพิจารณาดำเนินการต่อไป
ครั้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 กระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติให้สร้างที่ว่าการอำเภอบ้านตาก ในที่ดินแปลงที่ นายสุรินทร์ จำปาทิพย์ กับพวกได้เสนอให้ เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อเดือนมิถุนายน 2506 สร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม 2506 ได้กระทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2506 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด (ร.ต.ท.ระดม มหาศรานนท์) เป็นประธานในพิธี ใช้เป็นสถานที่ราชการต่อมาจนทุกวันนี้[1]
อำเภอบ้านตากตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียง ดังนี้
อำเภอบ้านตากแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 7 ตำบล 79หมู่บ้าน ได้แก่
| 1. | ตากออก | (Tak Ok) | 15 หมู่บ้าน | |||||
| 2. | สมอโคน | (Samo Khon) | 9 หมู่บ้าน | |||||
| 3. | แม่สลิด | (Mae Salit) | 13 หมู่บ้าน | |||||
| 4. | ตากตก | (Tak Tok) | 11 หมู่บ้าน | |||||
| 5. | เกาะตะเภา | (Ko Taphao) | 10 หมู่บ้าน | |||||
| 6. | ทุ่งกระเชาะ | (Thung Kracho) | 12 หมู่บ้าน | |||||
| 7. | ท้องฟ้า | (Thong Fa) | 9 หมู่บ้าน |